No-recipe Recipe : Scones
- Sep 9, 2017
- 1 min read

NO-RECIPE SCONES RECIPE for Rookie Bakers
Hi !
สวัสดีทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่Blogจับฉ่ายของเรา เนื่องจากอาทิตย์นี้เป็นช่วงที่เราเพิ่งเรียน Presessional course จบ เลยเอารูปที่เก็บๆไว้มาเรียบเรียงเขียนคอนเทนท์ซะที
.
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน เราชื่อเปียโน ตอนนี้เป็นนักเรียนปริญญาโท International Marketing Management อยู่ที่ University of Surrey, UK ค่ะ ปกติแล้วเราชอบเป็นคนทำขนมแล้วก็อาหารอยู่แล้ว เลยอยากมีพื้นที่ไว้แบ่งปันข้อมูล สำหรับใครที่ชื่นชอบก็อย่าลืมติดตามกันเด้อ <3
.
สำหรับโพสต์แรกนี้ มันเป็นไอเดียการทำขนมที่โนคิดเองเออเองว่ามัน(น่าจะ)เวิร์ก โดยเฉพาะคนที่อยากทำขนมเบเกอรี่ แต่ก็ไม่กล้าทำซะที เพราะกลัวว่าทุกอย่างจะพัง ซึ่ง .... โนก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว และอยากให้ทุกคนได้ผ่านไปด้วยกัน ไอเดียที่ว่าก็คือ การทำขนมแบบ" No-recipe Recipe" ค่ะ
.
" No-recipe Recipe" - คือการทำขนมแบบ กะๆเอา ไม่ต้องชั่งตวงวัด เปิดตำรา จำสูตรให้ทุกอย่างมันยุ่งยาก จะบอกว่าเป็นการทำขนมสไตล์คนชุ่ยอะไรประมาณนั้น แต่ๆๆๆๆๆๆ ข้อดีของมันคือ การทำขนมแบบนี้แม่งโคตรมันส์ ! คือสำเร็จก็ดีใจ ถ้าเละก็ขำๆ ไม่ก็หลอกให้เพื่อนกินแทนซะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ต้องมีหลักการนิดหน่อย คืออย่างน้อยถึงจะไม่แม่นปริมาณวัตถุดิบแต่ขั้นตอนการทำต้องถูกต้องนะ รวมถึงคนทำต้องเรียนรู้หลักการของการทำขนมเบื้องต้นบ้าง เช่นเรื่องอุณหภูมิ การเตรียมถาดอบ การร่อนแป้ง อะไรพวกนี้ ถ้าใครเคยทำขนมเบเกอรี่มาแล้วบ้าง เราแนะนำให้ลองทำแบบ No-recipe ดูสักครั้ง
เราว่าเราพิมพ์มาเยอะไป เดี๋ยวคนเลิกอ่าน ไปดูเคสตัวอย่างเลยดีว่า ซึ่งเมนูที่มาเสนอคือ "SCONE" นั่นเองงง ทาดาาาา

"ฮัลโหลววว คือหน้าตาเหมือนสโคนปกติ จนไม่อยากจะเชื่อว่าทำมั่วๆแบบไม่มีสูตรเลยใช่ม้า"
How to ?
ในส่วนของขั้นตอนการทำนั้น ...
เราจะพยายามสื่อสารด้วยภาพ อยากให้ทุกคนอ่านแล้วก็ลองนึกภาพตาม ตอนลงมือทำจริงจะได้คล่องๆ ไม่ต้องเปิดดู เพราะตอนทำมันก็มือเลอะ ของก็เยอะ ทำไปดูสูตรไป กว่าจะเสร็จก็เละเทะไปหมด
INGREDIENTS : self-raising flour, sugar, salt, milk, cold-diced butter
Methods :

1. Flour + Sugar + Salt
( 5 : 1 : 0.2 )
สัดส่วนในวงเล็บคือปริมาณคร่าวๆค่ะ
สมมุตว่าใส่แป้งไปถ้วยนึง น้ำตาลซักสองช้อน
เกลือก็แค่หนึ่งหยิบมือก็พอค่ะ ลองจินตนาการรสชาดดูค่ะว่าถ้าใส่น้ำตาลเยอะกว่านี้จะหวานไปมั้ย หรือว่าเกลือมากพอที่จะส่งผลต่อรสชาดขนมรึเปล่า จากนั้นก็ร่อนทุกอย่างรวมกันค่ะ

2. Butter ( 3 )
ในส่วนของเนย เราต้องใช้เนยแช่เย็นจัดๆหั่นเป็นเต๋า แล้วใช้ปลายนิ้วขยำกับแป้งค่ะ หรือจะใช้ส้อมหรือมีดตัดเนยแทนก็ได้ ทำวนไปจนแป้งคลุกเนยร่วนๆคล้ายทรายเปียก ก็เป็นอันใช้ได้
(ตามภาพ)
* ในกรณีนี้ ถ้าแป้งแฉะก็ให้เติมแป้งลงไปทีละนิด หรือถ้ามันแห้งเกินก็เติมเนยค่ะ

3. Milk ( 2 )
ต่อมาก็เติมนมสดลงไปค่ะ โดยขุดหลุมตรงกลาง แล้วเทนมลงกลางหลุม เกลี่ยแป้งทับ แล้วรอให้มันซึมๆค่อยคน วิธีนี้จะทำให้มันเข้ากันง่ายกว่า คนให้แป้งจับตัวพอเป็นก้อน ก็หยุดทันทีค่ะ อย่าฝืนคน ไม่งั้นสโคนจะไม่ร่วน เพราะกลูเตนในแป้งจะทำงาน ทำให้เนื้อเหนียวเหมือนขนมปัง จากนั้นก็เอามือบีบๆตบๆให้มันไม่ติดขอบโถผสมก็พอ
3. Shaping

พอได้ก้อนแป้งแล้ว ก็เอามาขึ้นรูปโดยการโดรยแป้งลงบนโต๊ะ หรือ เขียงไม้ แล้วแผ่ก้อนแป้งเป็นวงกลมหนาประมาณหนึ่งนิ้ว แล้วใช้แก้วกดให้ออกมาเป็นวงกลม หรือว่าจะใช้มีดกรีดก็ได้
วางขนมลงถาดอบที่ทาเนยไว้ ก่อนอบอย่าลืมทาหน้าขนมด้วยไข่ผสมนม หน้าขนมจะได้ไม่แห้งซึ่งจะทำให้ไม่น่ากิน
( อบอุณหภูมิ 180c 15 นาที )

พออบเสร็จ ก็เอาขนมออกมาผึ่งไว้บนตะแกรงให้เย็นตัวลงก่อนเก็บใส่ Container ไม่งั้นขนมจะแฉะแล้วก็เสียง่ายค่ะ ดีที่สุดคือทำแล้วกินเลย ฮ่าๆ
.
ส่วนวิธีกิน โนชอบหั่นครึ่ง ปาดด้วยแยมและครีม ทานคู่กับชา Earl gray หรือ English Breakfast เก๋ๆ แล้วยิ่งถ้าได้locationดีๆ ชวนเพื่อนๆออกมาปิกนิค แล้วก้เอาขนมมาแบ่งๆกัน รับรองว่าฟินนนแน่นอนค่ะ
.
สำหรับใครที่ได้ลองทำแล้ว หรือว่ามีคำถามอะไร ก็ถามมาได้เลยน้า ถ้าว่างจะมาตอบให้ค่ะ
แล้วเจอกันใหม่ บล๊อคหน้านะ บายยย~`

ig: @Pranwong
fb: Pran Wongsassanabudh






Comments